top of page

ถอดบทเรียนชุมชนรักษ์ทะเลบ้านอำเภอ เส้นทางสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

พลังเล็ก ๆ ที่ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ 

ในยุคที่ปัญหาสิ่งแวดล้อมกลายเป็นความท้าทายระดับโลก การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติจำเป็นต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน หนึ่งในภารกิจของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ คือการพัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้กับบุคลากร ผ่านกระบวนการเรียนรู้และการลงมือทำจริง โดยงานด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืนได้จัดกิจกรรมศึกษาดูงาน ณ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเปลี่ยนขยะให้เป็นประโยชน์ “รักษ์ทะเล...เสน่ห์บ้านอำเภอ” จังหวัดชลบุรี วันที่ ๑๗ และ ๑๘ กันยายน ๒๕๖๘ มีบุคลากรเข้าร่วมกิจกรรม ๘๐ คนเพื่อเรียนรู้เชิงปฏิบัติจากชุมชนต้นแบบที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาพื้นที่ โดยบูรณาการการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เข้ากับหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยหัวใจสำคัญคือการ เปลี่ยน "ขยะพลาสติกจากทะเล" ให้เป็น "ผลิตภัณฑ์มีมูลค่า" ซึ่งไม่เพียงแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่ยังสร้างอาชีพและรายได้ที่ยั่งยืนให้แก่คนในชุมชน 

ชุมชนต้นแบบ Circular Economy เมื่อขยะทะเลถูกเปลี่ยนเป็นมูลค่า 

ชุมชนบ้านอำเภอเป็นชุมชนประมงเก่าแก่ที่เผชิญกับปัญหาขยะจากชุมชนวันละ ๓๗ ตันและขยะที่พัดจากทะเลมาตามฤดูกาล ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบนิเวศทางทะเลและอาชีพประมงดั้งเดิม คุณอนุสรณ์ สายนภา ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเปลี่ยนขยะให้เป็นประโยชน์ "รักษ์ทะเล...เสน่ห์บ้านอำเภอ" จังหวัดชลบุรี เล็งเห็นว่าการ "เก็บ" ขยะอย่างเดียวไม่ใช่ทางออกที่ยั่งยืน ต้องสร้างแรงจูงใจให้คนในชุมชนเห็น "มูลค่า" ของขยะเหล่านั้น เพื่อเปลี่ยนจากภาระให้เป็นทรัพย์สิน จึงก่อตั้งวิสาหกิจชุมชนเพื่อสังคมเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๓ เป็นชุมชนอัพไซคลิ่ง (Upcycling) ที่นำขยะพลาสติกจากทะเลมาแปรรูปเป็นวัสดุก่อสร้างและผลิตภัณฑ์ที่ระลึก อาทิ จานรองแก้ว กระถางต้นไม้ พวงกุญแจ สามารถสร้างรายได้กว่า ๒ หมื่นบาทต่อเดือน 


การลงมือทำจริง ตั้งแต่ชายหาดจนถึงชุมชนท้องถิ่น 

กิจกรรมเริ่มต้นที่ชายหาดบ้านอำเภอ ซึ่งเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวและระบบนิเวศที่เปราะบาง ผู้เข้าร่วมกิจกรรมร่วมกันเก็บขยะที่ตกสู่ท้องทะเลและมาติดอยู่ที่ชายหาด ไม่ว่าจะเป็นพลาสติก โฟม แก้ว ถุงพลาสติก อวนประมง ก้นบุหรี่ ไปจนถึงขยะชิ้นเล็กที่ลมและคลื่นพัดพามา บุคลากรที่ไปร่วมกิจกรรมสามารถเก็บขยะรวมได้ ๑๒๓ กิโลกรัม 

จากนั้นมีการ แยกขยะ ออกเป็น ขยะรีไซเคิล (พลาสติก แก้ว) และขยะที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้ ทำให้ทุกคนได้เห็นความสำคัญของการ “จัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง” ซึ่งเป็นหัวใจของแนวคิด Zero Waste 



หลังเสร็จกิจกรรมริมทะเล โครงการได้นำคณะแวะร้าน “เพียงพอดี คอฟฟี่โฮม” เพื่อเรียนรู้การหมักน้ำซาวข้าว และการทำโคมเต็งลั้งจากขวดน้ำรีไซเคิลเพื่อนำไปถวายเจ้าแม่ฝอยทอง ทำให้ได้มุมมองใหม่ว่า “วัสดุเหลือใช้” สามารถใช้ให้มีคุณค่าทางวัฒนธรรมและจิตใจได้ และยังได้มีโอกาสลิ้มลองน้ำอัญชันมะนาว ขนมถ้วย และกาแฟชุมชน รวมถึงการจัดการพลังงานอย่างเหมาะสมของร้านนี้ 

อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญคือการปล่อยปูทะเลซึ่งเป็นสัตว์ที่ช่วยรักษาคุณภาพหน้าดิน และมีบทบาทในห่วงโซ่อาหาร กลับคืนสู่แหล่งธรรมชาติเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่ง จึงเป็นสัญลักษณ์ของการคืนชีวิตให้ทะเลบ้านอำเภอ 

เรียนรู้การแปรรูปขยะและองค์ความรู้จากประสบการณ์ชุมชน 

วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเปลี่ยนขยะให้เป็นประโยชน์ “รักษ์ทะเล...เสน่ห์บ้านอำเภอ”  จัดแบ่งเป็น ๖ ฐานการเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ลงมือสร้างสรรค์ผลงานแปรรูปขยะ และเรียนรู้องค์ความรู้จากคนในชุมชน ได้แก่ 

  1. การสีข้าวแบบโบราณและการหุงข้าวพลังงานแสงอาทิตย์ 

  2. การตัดพวงมโหตร จากถุงพลาสติก 

  3. การกลั่นน้ำมัน จากขยะพลาสติก 

  4. การคัดแยกและบดฝาขวดพลาสติก 

  5. การทำจานรองแก้ว จากฝาขวดพลาสติก 

  6. การทำกระถางต้นไม้ จากฝาขวดพลาสติก 

ทุกฐานสะท้อนแนวคิด “ใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าสูงสุด” และทำให้ผู้เข้าร่วมเห็นว่า Circular Economy สามารถเกิดขึ้นได้จริงในระดับชุมชน และสามารถต่อยอดสู่ระดับองค์กรได้ไม่ยาก 


ความประทับใจ ความร่วมมือ และการต่อยอด 

กิจกรรมนี้เต็มไปด้วยความตั้งใจและความร่วมมือของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นการช่วยกันเก็บขยะ สร้างงานประดิษฐ์ หรือแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับชุมชน ทุกช่วงเวลาสะท้อนว่า “ความยั่งยืน” ไม่ใช่เรื่องไกลตัว หากแต่เริ่มต้นได้จากสิ่งเล็ก ๆ รอบตัว และกิจกรรมครั้งนี้ยังช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้บุคลากรราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เพิ่มความเข้าใจในบทบาทของแต่ละคน และสร้างแรงบันดาลใจให้กลับไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น 

  • การลดใช้พลาสติกครั้งเดียว 

  • การแยกขยะก่อนทิ้ง 

  • การใช้ทรัพยากรอย่างประหยัด 

  • การส่งต่อความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมให้ผู้อื่น 

 

ทุกก้าวเล็ก ๆ คือพลังของการเปลี่ยนแปลง 

“รักษ์ทะเล...เสน่ห์บ้านอำเภอ”  เป็นตัวอย่างของการ “ลงมือทำจริง” ที่ก่อให้เกิดผลลัพธ์ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ความรู้ และความตระหนักของบุคลากร การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อน ตั้งแต่ชุมชน บุคลากร ไปจนถึงองค์กร งานด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมศึกษาดูงานครั้งนี้ เพราะทุกก้าวเล็ก ๆ ที่ทุกคนร่วมกันทำ กำลังช่วยสร้างโลกที่น่าอยู่สำหรับคนทั้งรรุ่นปัจจุบันและอนาคต 


ความคิดเห็น


bottom of page